โรงเรือนและที่ดิน หมายถึงอะไร?
พระราชบัญญัติ ภาษีโรงเรียนและที่ดิน พ.ศ.2475
โรงเรือน หมายถึง บ้าน ตึกแถว อาคาร ร้านค้า สำนักงาน บริษัท ธนาคาร โรงแรม โรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล โรงเรือน แฟลต หรืออพาร์ทเม้นท์ คอนโดมิเนียม หอพัก สิ่งปลูกสร้าง เช่นท่าเรือ สะพาน อ่างเก็บน้ำ ถังเก็บน้ำมัน คานเรือ
เจ้าของโรงเรือนมีหน้าที่อะไรบ้าง?
เจ้าของโรงเรือนมีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน โดยเสียเป็นรายปี
ภาษีโรงเรือนและที่ดินคืออะไร?
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน หมายถึง ภาษีที่จัดเก็บจากโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ
ทรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้น
- พระราชวังอันเป็นส่วนของแผ่นดิน
- ทรัพย์สินของรัฐบาล ซึ่งใช้ในกิจการของรัฐบาล หรือสาธารณะ และทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ใช้ในกิจการของการรถไฟโดยตรง
- ทรัพย์สินของโรงพยาบาลสาธารณะ และโรงเรียนสาธารณะ ซึ่งกระทำกิจการอันมิใช้เพื่อผลกำไรส่วนบุคคล และใช้ในการักษาพยาบาล และในการศึกษา
- ทรัพย์สินซึ่งเป็นศาสนสมบัติอันใช้เฉพาะในศาสนกิจอย่างเดียว หรือเป็นที่อยู่ของสงฆ์
- โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ซึ่งปิดไว้ตลอดปี
- โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของการเคหะแห่งชาติที่ผู้เช่าซื้ออาศัยอยู่เอง โดยมิให้เช่าเป็นที่เก็บสินค้า หรือประกอบการอุตสาหกรรม หรือประกอบกิจการอันเพื่อหารายได้
- โรงเรียนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เอง หรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา และซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้า หรือประกอบการอุตสาหกรรม
กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ว่าให้ยื่นแบบภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี
ข้อควรรู้
- หากเจ้าของทรัพย์สิน อันได้แก่โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ และที่ดิน เป็นเจ้าของเดียวกัน เจ้าของทรัพย์สินนั้น ก็เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี
- แต่ถ้าที่ดิน และโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ เป็นคนละเจ้าของ กฎหมายกำหนดให้เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ต้องเป็นผู้เสียภาษี
- ยื่นแบบ (ภ.ร.ด.2) ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
- ต้องชำระภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน ถ้าหากชำระเกินกำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 2.5 ต่อเดือนของภาษีที่ค้างชำระ สูงสุดร้อยละ 10
- ผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ต้องแจ้งรายการทรัพย์สิน คือ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่าง ือื่น กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องจากโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ ที่ให้เช่าหรือให้ผู้อื่นอาศัย หรือพ่อแม่หรือผู้อื่นอยู่อาศัย และที่ซึ่งได้ใช้ในกิจการต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมา
- ทรัพย์สินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ไปขอรับและยื่นต่อเจ้าหน้าที่งานรายได้ ณ สำนักงานเขต และสำนักงานเขตสาขา ซึ่งโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นตั้งอยู่
- ทรัพย์สินตั้งอยู่ในเขตเทศบาลใด ให้ไปขอรับและยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานเทศบาลนั้น
- ทรัพย์สินตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล ให้ไปขอรับและยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่ง อำเภอซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่
การยื่นแบบแจ้งรายการและหลักฐาน เมื่อกรอกรายการตามแบบ ภ.ร.ด. ๒ เสร็จแล้ว เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ผู้รับการประเมินควรนำไปยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง พร้อมทั้ง เอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ (กรณีผู้ที่เริ่มเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินครั้งแรก)
- บัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาใบเลขหมายประจำบ้านและสำเนาใบอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคาร
- สำเนาใบอนุญาตดัดแปลงอาคารหรือรื้อถอนอาคาร (ถ้ามี)
- สำเนาสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
- สำเนาโฉนดที่ดินที่ปลูกสร้างโรงเรือน
- สำเนาสัญญาการเช่า
- สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือทะเบียนพาณิชย์
- สำเนาใบอนุญาตตั้งหรือประกอบกิจการโรงงาน หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
- หลักฐานแสดงการเริ่มใช้ประโยชน์ของโรงเรือนพิกัดภาษี
- สำเนาทะเบียนบ้านของโรงเรือนพิกัดภาษีและของเจ้าของทรัพย์สิน
- แผนที่ของที่ตั้งโรงเรือนรายพิกัดภาษี
- กรณีโรงเรื่อนเป็นกรรมสิทธิของนิติบุคคล ให้ส่งหนังสือบริคณห์สนธิประกอบด้วย
- หนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ให้ผู้อื่นมาทำการแทน
กำหนดเวลา
การยื่นแบบ ภ.ร.ด. ๒ ประจำปี ให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
การชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ให้นำเงินไปชำระต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งท่านไปยื่นแบบพิมพ์แจ้งรายการทรัพย์สินไว้แล้วภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมินภาษี
หากพ้นเวลาที่กำหนด ภาษีนั้นค้างชำระ จะต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นตามอัตราต่อไปนี้
- ถ้าชำระไม่เกินหนึ่งเดือนนับแต่วันพ้นกำหนดเวลา ให้เพิ่มร้อยละ ๒.๕ แห่งค่าภาษีที่ค้าง
- ถ้าเกินหนึ่งเดือนแต่ไม่เกินสองเดือน ให้เพิ่มร้อยละ ๕ แห่งค่าภาษีที่ค้าง
- ถ้าเกินสองเดือนแต่ไม่เกินสามเดือน ให้เพิ่มร้อยละ ๗.๕ แห่งค่าภาษีที่ค้าง
- ถ้าเกินสามเดือนแต่ไม่เกินสี่เดือน ให้เพิ่มร้อยละ ๑๐ แห่งค่าภาษีที่ค้าง
- ถ้าค่าภาษีและเงินที่เพิ่มขึ้นนั้นมิได้ชำระภายในสีเดือน นับแต่วัพ้นกำหนด ให้ผู้ว่าราชากรจังหวัด นายกเทศมนตรี ปลัดเมืองพัทยา หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างชำระภาษีตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
การประเมินค่ารายปีเพื่อเก็บภาษีโรงเรือน
- “ค่ารายปี” หมายความว่า จำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นๆ สมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่งๆ ถ้าทรัพย์สิน นั้นให้เช่า ค่าเช่านั้นเป็นหลักคำนวณค่ารายปี แต่ถ้ามีเหตุอันบ่งให้เห็นว่าค่าเช่านั้นมิใช่จำนวนเงินอันสมควรจะให้เช่า ได้ในปีหนึ่ง ๆ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจแก้หรือคำนวณค่ารายปีเสียใหม่
- ขอย้ำให้ชัดว่า การประเมินค่ารายปีเพื่อเก็บภาษีโรงเรือนนั้นพนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาจาก ลักษณะของทรัพย์สิน ถ้าผู้เสียภาษีแสดงรายการค่ารายปีต่ำไป พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินใหม่ได้
- ผู้รับประเมินชำระปีละครั้งตามค่ารายปีของทรัพย์สินในอัตราร้อยละ ๑๒ ๑/๒ ของค่ารายปี หมายความว่า ค่ารายปี ๑๐๐ บาท ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินเป็นเงิน ๑๒ บาท ๕๐ สตางค์
เมื่อผู้มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินได้รับเจ้งการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ไม่พอใจในการประเมิน เห็นว่าการประเมินไม่ถูกต้อง มีสิทธิจะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ได้ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน โดยให้ยื่นคำร้องพร้อมด้วยหลักฐานเอกสารดังต่อไปนี้
- บัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาภาพถ่ายหนังสือแจ้งการประเมิน
- เอกสารหลักฐานอื่น ๆ ที่ผู้ยื่นคำขอกล่าวอ้าง
การขอยกเว้น ขอให้ปลดภาษี หรือขอลดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน
การขอยกเว้น ขอให้ปลดภาษี หรือขอลดค่าภาษีนั้น ผู้รับประกันต้องยื่นคำร้องขอยกเว้นทุกๆ ปี พร้อมด้วยพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาดังนี้
- บัตรประจำตัวประชาชน
- คำชี้แจ้งประกอบคำขอ
- พยานหลักฐานหรือเอกสารอื่น ๆ ที่จะสนับสนุน เพื่อว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้สามารถสอบ สวนให้แน่นอนโดยการไต่สวนหรือวิธีอื่นว่าคำร้องขอนั้นมีมูลคดี และควรจะให้ยกเว้นหรือปลดหรือลดภาษีเพียงใดหรือไม่
ในกรณีที่ผู้รับประเมินยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ หรือยื่นคำขอยกเว้นขอให้ปลด ภาษีหรือลดค่าภาษี ให้แจ้งคำชี้ขาดไปยังผู้ร้องเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้ามีการลดจำนวนเงินที่ประเมินไว้เป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้แจ้งไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อจะได้แก้ไขบัญชีการประเมินตามคำชี้ขาดนั้น
หากผู้รับประเมินผู้ใดไม่พอใจคำชี้ขาด จะนำคดีไปสู่ศาลเพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้องก็ได้ แต่ต้องทำภายในสามสิบวัน นับแต่วันรับแจ้งความให้ทราบคำชี้ขาด
เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลซึ่งแก้คำชี้ขาดได้ส่งไปให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แก้บัญชีการประเมินให้ถูกต้องโดยเร็ว
เจ้าของทรัพย์สินคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีร่วมกัน
ถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระ ขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของเจ้าของใหม่ โดยเหตุใด ๆ ก็ตาม ให้เจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีนั้นร่วมกัน
ทรัพย์สินต่อไปนี้ไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
- พระราชวังอันเป็นส่วนของแผ่นดิน
- ทรัพย์สินของรัฐบาลซึ่งใช้ในกิจการของรัฐบาลหรือสาธารณะและทรัพย์สินของการรถไฟ แห่งประเทศไทยที่ใช้ในกิจการรถไฟโดยตรง
- ทรัพย์สินของโรงพยาบาลสาธารณะและโรงเรียนสาธารณะ ซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อเป็น ผลกำไรส่วนบุคคล และใช้เฉพาะในการรักษาพยาบาลและในการศึกษา
- ทรัพย์สินซึ่งเป็นศาสนสมบัติ อันใช้เฉพาะในศาสนกิจอย่างเดียวหรือเป็นที่อยู่ของสงฆ์
- โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นซึ่งปิดไว้ตลอดปี และเจ้าของมิได้อยู่เองหรือให้ผู้อื่นอยู่ นอกจากคนเฝ้าโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ หรือในที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกัน
- โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งผู้เช่าซื้ออาศัยอยู่เอง โดยมิได้ใช้เป็นที่เก็บสินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรมหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้
โทษสำหรับผู้มีหน้าที่เสียภาษี
- ผู้ใดจงใจยื่นข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยาน หลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการคำนวณค่ารายปีแห่งทรัพย์สินตามที่ควรจะเสียจริง หรือ
- มีเจตนาละเลยโดยการฉ้อโกง หรือโดยการใช้อุบาย หรือโดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งสิ้น ที่จะหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการคำนวณค่ารายปีแห่งทรัพย์สินของตนตามที่ควรจะเสียจริง



